วิกฤตขยะในมหาสมุทรที่มนุษย์สร้างขึ้นส่งผลเสียแล้ว

ความหมายของขยะเป็นสิ่งที่ทุกคนรู้กันดีอยู่แล้วว่านี่คือสิ่งที่ไม่มีใครต้องการ เป็นของที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้นแล้ว จากของดีกลายสภาพมาเป็นขยะนั่นหมายถึงสิ่งของที่ต้องทิ้งเพียงอย่างเดียวไม่สามารถนำกลับมาทำประโยชน์อะไรได้อีก หลักการทั่วไปการทิ้งขยะเราก็แค่ทิ้งลงในถังขยะเท่านั้นแล้วก็จะมีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้ามารับผิดชอบในการนำขยะดังกล่าวไปจัดการต่อด้วยวิธีการใดก็สุดแท้แต่ประเภทของขยะ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นในเวลานี้คือขยะมันกลับไม่ได้ถูกทิ้งลงถังขยะอย่างที่ควรจะเป็นแต่มันกลับถูกทิ้งลงในพื้นที่อื่นๆ โดยเฉพาะในมหาสมุทรจนกลายเป็นวิกฤตขยะไปแล้วในเวลานี้

วิกฤตขยะที่มนุษย์ทิ้งลงไปในมหาสมุทร

ความคิดของหลายคนมักมองว่าแค่ขยะชิ้นเดียวแอบทิ้งลงไปในมหาสมุทรคงไม่ได้เกิดปัญหาอะไรหรอก แต่ถ้าหากล้านคนคิดแบบเดียวกันขยะในมหาสมุทรก็จะมีอย่างน้อยๆ ล้านชิ้น ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่มากๆ เนื่องจากมหาสมุทรเป็นสถานที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลมากมาย เปรียบง่ายๆ หากมีคนเอาขยะมาทิ้งใส่หลังคาบ้านเราทุกๆ วันเป็นใครก็คงอยู่อาศัยไม่ได้ สัตว์ใต้ท้องทะเลเองก็เช่นกันเมื่อมีคนมาทิ้งขยะใส่บ้านทุกวันๆ ก็เริ่มล้มหายตายจากบางตัวก็กินขยะที่ทำจากพลาสติกเข้าไปโดยไม่รู้ตัวสุดท้ายก็ต้องจบชีวิตลงอย่างน่าอนาถ

Jenna Jambeck จากมหาวิทยาลัยจอร์เจีย สหรัฐฯ ได้มีการเปิดเผยถึงข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณขยะซึ่งลอยล่องอยู่บนท้องทะเล โดยรายงานดังกล่าวปรากฏว่ามีขยะที่ทำจากพลาสติกสูงระดับ 5 – 13 ล้านตัน ทิ้งลงสู่ท้องทะเลในปี 2010 พร้อมกันนี้คาดการณ์ว่าอาจเพิ่มขึ้นอีก 10 เท่าภายในปี 2025 ต้องยอมรับเลยว่าขยะจำพวกนี้ส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อระบบนิเวศในทะเล นอกจากนี้ยังมีการระบุด้วยว่าขยะส่วนมากที่พบเจอมาจากประเทศในเอเชียอย่างประเทศจีนที่ขึ้นชื่อว่าปล่อยขยะพลาสติกจำนวนมหาศาลลงสู่ท้องทะเลมากที่สุดในโลก นอกจากนี้ยังรวมถึงประเทศไทยเราด้วย ขยะดังกล่าว 80% มาจากการทิ้งขยะบนบกของมนุษย์ ส่วนอีก 20% มาจากบรรดาเรือที่แล่นผ่านไปมาตามมหาสมุทร ในเรื่องของขนาดขยะก็มีตั้งแต่ขนาดของอวนเก่าซึ่งถูกทิ้งเอาไว้ในทะเลไปจนถึงเม็ดเล็กๆ กลมๆ ขนาดจิ๋วสำหรับการขัดผิวในงานอุตสาหกรรมรวมถึงงานทั่วไปด้วย

นี่เป็นเพียงงานสำรวจและวิจัยเพียงบางส่วนเท่านั้น ต้องยอมรับว่ายังมีปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับขยะในทะเลอีกมากมายที่เรายังไม่รู้และสร้างวิกฤตได้อย่างไม่น่าเชื่อ อย่างน้อยๆ เริ่มต้นจากตัวเราเองคงดีที่สุด