เทศกาลล่าปลาโลมาการความโหดร้ายของมนุษย์ที่น่าหดหู่

พื้นฐานความเข้าใจของคนทั่วไปก็คือโลมาเป็นสัตว์ใต้น้ำที่มีความฉลาด มีไหวพริบ เรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว เรามักเห็นเจ้าโลมาแสนรู้เหล่านี้ตามสวนสัตว์หรือการแสดงต่างๆ ที่สร้างความประทับใจให้กับคนทั่วโลกมากมาย แต่ใครจะคิดว่าความน่ารักของพวกมันเหล่านี้จริงๆ แล้วมันยังคงถูกล่าอย่างน่าสงสารจากกลุ่มมนุษย์ที่มองว่านี่คือประเพณีสืบต่อกันมายาวนานกลายเป็นเรื่องปกติของพวกเขาแต่โลกเรามันไม่ได้มองว่าปกติอีกแล้ว

เทศกาลล่าโลมาอันแสนโหดและน่าสุดหดหู่มากที่สุด

ทุกวันนี้หลายประเทศพยายามเรียกร้องให้หยุดเทศกาลดังกล่าวนี้ให้หมดไปจากโลกเสียทีแต่ดูเหมือนว่ามันยังคงไม่ได้หยุดกันง่ายๆ โดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่นที่เราเคยเห็นฉากน้ำทะเลเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานในภาพยนตร์แนวสารคดีอย่าง The Cove ซึ่งเคยออกฉายเมื่อปี 2552 เป็นการบอกเล่าเรื่องราวของการล่าโลมาด้วยการต้อนพวกมันให้รวมกันเป็นกลุ่มจากนั้นใช้เหล็กแหลมแทงให้ตายไปอย่างทรมาน เป็นเทศกาลของเมืองไทจิ จังหวัดวากายามะ ญี่ปุ่น ซึ่งเมื่อมองแล้วนี่คือภาพอันแสนโหดร้ายพร้อมเป็นการกระตุ้นให้กลุ่มอนุรักษ์ทั้งหลายหันมาให้ความสนใจกับเรื่องราวเหล่านี้มากขึ้น

ก่อนอื่นขอทำความเข้าใจเรื่องนี้โดยแต่เดิมการล่าโลมาเพื่อเป็นอาหารมีอยู่ทั้งประเทศญี่ปุ่นแต่ทุกวันนี้จะเหลือแค่เมืองไทจิเท่านั้น ชาวเมืองยังถือว่านี่คืออาชีพหลักของพวกเขาแถมด้วยเป็นการสืบสานประเพณีที่มีมาแต่โบราณจากรุ่นสู่รุ่นด้วยความที่แหล่งอื่นในประเทศจำนวนโลมาเหลือน้อยเต็มทีหรือบางแห่งก็แทบไม่เหลือให้ได้สัมผัสกันเลย สำหรับฤดูกาลล่าโลมาจะเริ่มตั้งแต่ช่วงตุลาคมไปจนถึงกุมภาพันธ์ แต่ถ้าหากช่วงไหนโลมาเริ่มมีจำนวนน้อยลงชาวประมงเหล่านี้ก็จะหันมาล่าวาฬขนาดเล็กแทน จากการล่าดังกล่าวนี้เองทำให้มีองค์กรตรวจสอบเพื่อสิ่งแวดล้อมมีการเปิดเผยผลสำรวจทะเลรอบญี่ปุ่นโดยระบุว่าทั้งวาฬ โลมา สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กกว่าสัตว์สองประเภทนี้ที่เรียกว่า พอร์พอยส์ ลดจำนวนลงเหลือน้อยมาก

โลมาแถบจัดเป็นโลมาหลักในอุตสาหกรรมประมงญี่ปุ่น บางพื้นที่ไม่มีแล้วซึ่งตอนนี้กำลังจะกลายเป็นสัตว์สูญพันธุ์ถาวร หากมองแง่ระบบนิเวศวาฬ โลมา ถือเป็นผู้บริโภคระดับบนของห่วงโซ่อาหาร สร้างสมดุลให้กับระบบนิเวศทางทะเล ควบคุมประชากรปลา ช่วยกำจัดปลาอ่อนแอ ไม่แข็งแรงไม่ให้มีโอกาสขยายพันธุ์ได้ต่อ นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันผลกระทบพวกสารปรอท ตะกั่ว ที่มีผลกับมนุษย์โดยตรง นี่ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่ควรทำความเข้าใจเสียใหม่ไม่อย่างนั้นเราอาจไม่มีวาฬ โลมาให้เห็นกันในญี่ปุ่นก็ได้