อารยธรรมโบราณเมืองใต้ท้องทะเลแอตแลนติก

แอตแลนติส เป็นชื่อในภาษากรีก ซึ่งแปลว่า “เกาะแอตลาส” อันเป็นอาณาจักรโบราณในตำนานที่เพลโต นักปราชญ์ชื่อดังของกรีกยุคโบราณเป็นผู้เขียนบอกเล่าเรื่องราว ซึ่งมีอิทธิพลอย่างสูงต่อแนวคิดของฝั่งตะวันตก แอตแลนติส เป็นอาณาจักรแห่งอุดมคติที่ถูกสร้างโดยฝีมือเทพเจ้า ผู้คนที่อาศัยอยู่ในเมืองนี้ล้วนมี อัธยาศัยดี มีคุณธรรมสูงส่ง เมืองเต็มไปด้วยความทันสมัยจากเทคโนโลยีอันล้ำยุค กำแพงเมืองถูกสร้างด้วยทองคำแท้ วิหารสร้างจากเงิน มีสินแร่อัญมณีมากมายถูกฝังอยู่ในผืนดิน สัตว์น้อยใหญ่ที่อาศัยอยู่ในเมืองนี้ ล้วนเป็นสัตว์สวยงาม และหายาก หาที่ไหนไม่ได้อีก จากบันทึกโบราณที่ถูกค้นพบเนื้อหาได้กล่าวถึงแอตแลนติส โดยมันถูกสร้างขึ้นประมาณ 360 ปีก่อนคริสตกาล แปลว่าก่อนคริสตกาลอยู่ห่างจากยุคแอตแลนติสมาอีกประมาณ 900 ปี โดยผู้สร้างเป็นกึ่งเทพกึ่งมนุษย์ หรือ Demigod Read More …

หลุมดำใต้ทะเลคืออะไร

คุณเป็นอีกคนหนึ่งรึเปล่า ที่กลัวการว่ายน้ำออกไปในทะเล เพราะคุณมักจะจินตนาการว่า ใต้น้ำจะมีตัวอะไรโผล่มาจับขา แล้วลากคุณลงไป หรือ จะมีหลุมไร้ก้นบึ้งคอยดูดให้คุณดำดิ่งลงไป ซึ่งในวันนี้เราจะพาคุณมาชมอีกหนึ่งความลึกลับของท้องทะเล โดยมันอาจปั่นประสาทความกลัวของคุณมากกว่าเดิม หลุมดำใต้ทะเล ภาพของหลุมสีน้ำเงินขนาดใหญ่ใต้ท้องทะเล อันเหนือจินตนาการนี้ มันไม่ใช่ภาพตัดต่อแต่อย่างใด หากแต่เป็นภาพจริง ของจริงบนโลกของเรา โดยหลุมสีน้ำเงินแห่งนี้มีชื่อว่า Belize เมื่อนักดำน้ำลงไปสำรวจปรากฏว่ามันมีความลึกถึง 124 ฟุต! และหลุมมีลักษณะเป็นวงกลมมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 300 เมตร มีรูปทรงเป็นวงกลมเกือบสมบูรณ์ อันถูกโอบล้อมไปด้วยแนวหินและปะการังจำนวนมาก Belize อยู่ในทะเลแคริบเบียน จากภาพถ่ายทางอากาศ คุณจะเห็น Belize Read More …

ร่วมกันอนุรักษ์มหาสมุทรของเราให้สวยงามตลอดไป

ในอดีตท้องทะเลของเราคือสิ่งที่มีความสวยงามอย่างมาก อุดมไปด้วยสัตว์โลกใต้ท้องทะเลมากมาย เป็นสิ่งที่ธรรมชาติสร้างขึ้นมาโดยไม่จำเป็นต้องปรุงแต่งใดๆ ทั้งสิ้น แต่ความน่าเสียดายก็คือยิ่งโลกของเราพัฒนามากขึ้นไปมากเท่าไหร่โลกใต้ท้องทะเลกับสวนทางมากขึ้นเท่านั้น ยิ่งมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากขึ้นโลกใต้ท้องทะเลกลับค่อยๆ ลดความสวยงามลงเรื่อยๆ ทั้งเรื่องการล่าของมนุษย์ การปล่อยของเสียต่างๆ ลงสู่ทะเลและอื่นๆ อีกมากมาย การพยายามรณรงค์เพื่ออนุรักษ์ความสวยงามของท้องมหาสมุทรให้อยู่คู่กับเราตลอดไปจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างมากที่สุด การอนุรักษ์ความสวยงามของมหาสมุทรเพื่อให้อยู่คู่กับเราตลอดไป ลดการล่าสัตว์ทะเลพร้อมทั้งลดการทำร้ายท้องทะเล – การล่าสัตว์ทะเลของหลายคนคือสิ่งที่ทำร้ายท้องทะเลอย่างมากโดยเฉพาะเรื่องของการล่าสัตว์ใกล้สูญพันธ์ทั้งหลาย จำพวกโลมา วาฬ เต่าทะเล และอื่นๆ สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นเรื่องของการทำลายธรรมชาติทั้งสิ้น นอกจากนี้การไปทำร้ายท้องทะเลด้วยการสร้างความเสียหายให้กับปะการังและพืชทะเลอื่นๆ ก็เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ท้องทะเลหมดความสวยงามได้ หยุดการทิ้งของเสียลงสู่ท้องทะเล – โดยเฉพาะพวกโรงงานอุตสาหกรรมหรือเรือเดินประมงทั้งหลายการปล่อยของเสียลงสู่ทะเลคือการทำลายความสวยงามของท้องทะเลโดยตรงชนิดที่อาจบอกได้ว่ารุนแรงสุดๆ เลยก็ได้ เพราะของเสียเหล่านั้นประกอบไปด้วยสารเคมีต่างๆ มากมาย เมื่อสัตว์ทะเลได้รับไปก็เกิดการตาย Read More …

หมู่เกาะเอโอเลียน เกาะหลากสีที่ได้รับการจดทะเบียนให้เป็นมรดกโลก

เวลาคนนึกถึงประเทศอิตาลีสถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็มักเป็นกรุงโรม เมืองมิลาน หรือบรรดาสิ่งมหัศจรรย์ของโลกทั้งหลายจนอาจหลงลืมไปว่าจริงๆ แล้วอิตาลีก็มีสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติติดทะเลให้ได้สัมผัสด้วยเหมือนกัน ซึ่งสถานที่อันโด่งดังจนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของอิตาลีก็คือ หมู่เกาะเอโอเลียน สุดยอดหมู่เกาะที่มีความสวยงามติดอันดับต้นๆ ของโลก จัดเป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวที่ควรค่ากับการมาถึงอย่างยิ่ง หมู่เกาะเอโอเลียน อิตาลี เกาะที่ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลก หมู่เกาะเอโอเลียน เป็นหมู่เกาะที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะซิซิลี จัดเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาที่ทอดตัวยาวจากภูเขาไฟวิซูฟแถวๆ เมืองเนปิลส์ไปถึงภูเขาเอตนาไฟบนเกาะซิซิลี ส่วน 3 ภูเขาไฟอันโดดเด่นพร้อมสร้างชื่อให้หมู่เกาะเอโอเลียนอย่างมากคือ สตรอมโบลีที่จะมีการระเบิดขึ้นทุกชั่วโมง วัลคาโนซึ่งเต็มไปด้วยบ่อโคลนกำมะถัน และลีปารีอัดแน่นไปด้วยสิ่งก่อสร้างยุคก่อนประวัติศาสตร์ ถือเป็นพื้นที่เพียง 7 เกาะจากบรรดาเกาะทั้งหมด 20 เกาะที่มีผู้คนอาศัยอยู่ โดยรวมแล้วราวๆ 14,000 คน Read More …

หมู่เกาะมัลดีฟส์ ประเทศมัลดีฟส์ มนต์เสน่ห์ที่ต้องมาสัมผัสให้ได้

ประเทศหมู่เกาะที่อยู่ในทวีปเอเชียหากใช้เวลาเดินทางจากเมืองไทยก็แค่ไม่กี่ชั่วโมงแต่ทัศนียภาพที่ได้พบเจอมันช่างสวยงามเกินบรรยาย เกาะที่ว่านั่นก็คือ เกาะมัลดีฟส์ หมู่เกาะขนาดเล็กที่ห้อมล้อมด้วยท้องทะเลอันแสนสวยงามตัดกับท้องฟ้าสีครามด้านบนที่แสงแดดสาดส่องยิ่งฉายความเป็นธรรมชาติให้ออกมามากยิ่งขึ้นกว่าเดิม แถมยังเป็นพื้นที่สำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ เป็นจุดหมายปลายทางของคนทั่วโลกจำนวนมากอีกด้วย นี่คือหมู่เกาะอันแสนสวยงามเกินกว่าคำบรรยายใดๆ จะกล่าวได้จริง สุดยอดหมู่เกาะในฝันของนักท่องเที่ยว หมู่เกาะมัลดีฟส์ หมู่เกาะมัลดีฟส์ หรือชื่อเต็มคือ สาธารณรัฐมัลดีฟส์เป็นหมู่เกาะในมหาสมุทรอินเดียตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอินเดีย เยื้องทางตะวันตกของศรีลังกา พื้นที่ทั้งหมดราว 300 ตร.กม. อัดแน่นด้วยหมู่เกาะปะการัง 26 กลุ่ม รวมแล้ว 1,190 เกาะ แต่จะมีประชากรอาศัยอยู่แค่ 200 เกาะเท่านั้น พร้อมกันนี้พื้นที่ส่วนใหญ่จะได้รับการพัฒนาให้กลายเป็นโรงแรม รีสอร์ทหรู สำหรับนักท่องเที่ยวรวมแล้วราวๆ 74 Read More …

วิกฤตขยะในมหาสมุทรที่มนุษย์สร้างขึ้นส่งผลเสียแล้ว

ความหมายของขยะเป็นสิ่งที่ทุกคนรู้กันดีอยู่แล้วว่านี่คือสิ่งที่ไม่มีใครต้องการ เป็นของที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้นแล้ว จากของดีกลายสภาพมาเป็นขยะนั่นหมายถึงสิ่งของที่ต้องทิ้งเพียงอย่างเดียวไม่สามารถนำกลับมาทำประโยชน์อะไรได้อีก หลักการทั่วไปการทิ้งขยะเราก็แค่ทิ้งลงในถังขยะเท่านั้นแล้วก็จะมีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้ามารับผิดชอบในการนำขยะดังกล่าวไปจัดการต่อด้วยวิธีการใดก็สุดแท้แต่ประเภทของขยะ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นในเวลานี้คือขยะมันกลับไม่ได้ถูกทิ้งลงถังขยะอย่างที่ควรจะเป็นแต่มันกลับถูกทิ้งลงในพื้นที่อื่นๆ โดยเฉพาะในมหาสมุทรจนกลายเป็นวิกฤตขยะไปแล้วในเวลานี้ วิกฤตขยะที่มนุษย์ทิ้งลงไปในมหาสมุทร ความคิดของหลายคนมักมองว่าแค่ขยะชิ้นเดียวแอบทิ้งลงไปในมหาสมุทรคงไม่ได้เกิดปัญหาอะไรหรอก แต่ถ้าหากล้านคนคิดแบบเดียวกันขยะในมหาสมุทรก็จะมีอย่างน้อยๆ ล้านชิ้น ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่มากๆ เนื่องจากมหาสมุทรเป็นสถานที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลมากมาย เปรียบง่ายๆ หากมีคนเอาขยะมาทิ้งใส่หลังคาบ้านเราทุกๆ วันเป็นใครก็คงอยู่อาศัยไม่ได้ สัตว์ใต้ท้องทะเลเองก็เช่นกันเมื่อมีคนมาทิ้งขยะใส่บ้านทุกวันๆ ก็เริ่มล้มหายตายจากบางตัวก็กินขยะที่ทำจากพลาสติกเข้าไปโดยไม่รู้ตัวสุดท้ายก็ต้องจบชีวิตลงอย่างน่าอนาถ Jenna Jambeck จากมหาวิทยาลัยจอร์เจีย สหรัฐฯ ได้มีการเปิดเผยถึงข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณขยะซึ่งลอยล่องอยู่บนท้องทะเล โดยรายงานดังกล่าวปรากฏว่ามีขยะที่ทำจากพลาสติกสูงระดับ 5 – 13 ล้านตัน ทิ้งลงสู่ท้องทะเลในปี 2010 Read More …

วงจรของสิ่งมีชีวิตใต้ท้องมหาสมุทร

เราทุกคนรู้กันดีว่าพื้นที่บนโลกใบนี้ 3 ส่วนเป็นทะเลนั่นหมายถึงว่าสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลจริงๆ แล้วมีมากมายมหาศาลซึ่งมนุษย์เราเองที่รับรู้เกี่ยวกับเรื่องราวของท้องทะเลตั้งแต่อดีตมาจนถึงทุกวันนี้ยังถือว่าน้อยมากๆ ด้วยความกว้างใหญ่ไพศาลของท้องทะเลทำให้การค้นหา การวิเคราะห์ต่างๆ ต้องทำอย่างค่อยเป็นค่อยไปรวมถึงความสามารถของมนุษย์เราในการใช้ชีวิตใต้ทะเลยังมีมีมากพอด้วย ทำให้การเรียนรู้เกี่ยวกับวงจรของสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลยังเป็นเรื่องน่าสนใจ น่าค้นหาอยู่เสมอ เรื่องราวของวงจรสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเล ต้องยอมรับว่าด้วยขนาดที่ใหญ่ของมหาสมุทรบวกกับความซับซ้อนที่ลึกซึ้งส่งผลให้ท้องทะเลในหลายพื้นที่ยังไม่สามารถสำรวจได้ ซึ่งเมื่อพูดถึงวงจรของสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลก็ต้องบอกว่ามีความหลากหลายสูง ที่อยู่ของพวกมันเองก็มีเยอะมากเรียกว่ามันอยู่ได้ตั้งแต่ระดับของผิวน้ำทะเลระหว่างน้ำกับชั้นบรรยากาศไล่ไปจนถึงร่องลึกก้นมหาสมุทรกันเลยทีเดียว โดยความลึกใต้ผิวน้ำนี้อาจมีในระดับหมื่นเมตรกันเลย เรียกว่าความหลากหลายทางท้องทะเลของสิ่งมีชีวิตมันมากมายเกินพรรณนา ทั่วทั้งโลกมีสิ่งในชีวิตทางทะเลเป็นทั้งอาหาร ยา วัตถุดิบ นอกจากนี้ยังรวมถึงการส่งเสริมด้านนันทนาการ การท่องเที่ยว พื้นฐานของโลกสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลเป็นตัวกำหนดธรรมชาติให้ดำเนินอยู่ ช่วยสร้างสมดุลวัฏจักรออกซิเจน มีส่วนช่วยกำกับเรื่องภูมิอากาศของโลก ช่วยเรื่องของการปกป้องชายฝั่งและส่งเสริมการอนุรักษ์ด้วย สัตว์ทะเลหลายสปีชีส์เองก็มีความสำคัญในด้านของระบบเศรษฐกิจ เช่น การนำสัตว์น้ำมาเป็นอาหารทะเล ทุกวันนี้ยังได้มีการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องของสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลที่มีความเกี่ยวข้องกับวัฏจักรต่างๆ ที่สำคัญในธรรมชาติ เช่น Read More …

ปัญหาถุงพลาสติกมีผลกับสิ่งมีชีวิตในมหาสมุทร

ความพัฒนาของโลกเราแม้จะสร้างความสะดวกสบายให้กับมนุษย์ทั้งหลายโดยเฉพาะถุงพลาสติกที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของการดำรงชีวิตไปเรียบร้อย ไม่ว่าจะทำอะไรก็ต้องมีถุงพลาสติกสำหรับเอาไว้ห่อหุ้มหรือใส่สิ่งของต่างๆ อยู่เสมอ ในทางตรงกันข้ามแม้ว่าสิ่งนี้จะทำให้มนุษย์เกิดความสะดวกสบายมากขึ้นแต่กับสัตว์ทั้งหลายโดยเฉพาะธรรมชาติอย่างมหาสมุทรนั้นกลับไม่ได้รู้สึกยินดีด้วยเลยแม้แต่น้อย นั่นเพราะความไม่รับผิดชอบของมนุษย์ที่เมื่อใช้ถุงพลาสติกแล้วดันทิ้งลงไปในทะเลในแบบที่ไม่สนใจว่าจะก่อให้เกิดปัญหาใดๆ หรือไม่ จนทุกวันนี้ถุงพลาสติกได้กลายเป็นเรื่องของความลำบากใจให้กับท้องทะเลไปเรียบร้อยแล้ว ปัญหาถุงพลาสติกกับสิ่งมีชีวิตในมหาสมุทร จากผลการวิจัยมีระบุเอาไว้ว่าพลาสติกในทุกรูปแบบมีการถูกทิ้งลงมหาสมุทรจำนวนมากถึง 4.8 – 12.7 ล้านตัน ของทุกๆ ปี หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นก็เท่ากับเรือบรรทุกเครื่องบินขนาดใหญ่ที่สุดในโลก 48 ลำ ซึ่งแต่ละลำมีน้ำหนักราวแสนตัน พอมองภาพแบบนี้ก็คงจะทำให้เข้าใจได้ทันทีว่าปริมาณขยะที่ถูกทิ้งลงไปในทะเลเอาแค่เป็นพลาสติกมันมากมายมหาศาลขนาดไหน เมื่อพลาสติกต่างๆ ที่ล่องลอยในมหาสมุทรเมื่อพัดพามาเจอกันก็จะเกาะกลุ่มเป็นก้อนใหญ่ ปัญหาเหล่านี้ได้ส่งผลกระทบถึงบรรดาสัตว์ทะเลแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะส่วนที่ยังคงรูปของพลาสติกเอาไว้จำนวนไม่น้อยได้กลายเป็นอาหารของเต่าทะเลเหตุเพราะเต่าทะเลเหล่านี้เข้าใจว่าถุงพลาสติกที่ล่องลอยอยู่เป็นแมงกะพรุน ซึ่งเป็นอาหารโปรดของพวกมันอย่างหนึ่งพอพวกมันกินถุงพลาสติกเข้าไปก็จะไปเกิดการติดค้างอยู่ในระบบย่อยอาหารจนในที่สุดเต่าทะเลเหล่านี้ก็ต้องตายลงโดยจุดเริ่มต้นก็มาจากการทิ้งถุงพลาสติกของมนุษย์เรานั่นเอง นี่เป็นเพียงปัญหาส่วนหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตในมหาสมุทรของการทิ้งถุงพลาสติกจำนวนมากลงไป ยังไม่รวมการที่ถุงพลาสติกเหล่านี้ไม่ย่อยสลายหรือแม้จะย่อยสลายก็ต้องใช้เวลายาวนานแต่ยังไงก็ยังคงเป็นเศษพลาสติกอยู่ดี มีรายงานว่าสัตว์ทะเลต้องตายลงปีละแสนตัวเนื่องจากตัวเองไปพันกับพลาสติก หรือกรณีของนกทะเลที่ต้องอดตายปีละราวล้านตัวเนื่องจากกินเศษพลาสติกเข้าไปแล้วเกิดการตกค้างในกระเพาะอาหาร ไม่ย่อยสิ่งเหล่านี้เรียกว่าส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิ่งมีชีวิตในมหาสมุทร Read More …

การปกป้องมหาสมุทรร่วมกันกู้วิกฤตเพื่อนการฟื้นฟู

หากมองจากนอกอวกาศลงมาบนโลกเราจะเห็นว่าพื้นที่ส่วนใหญ่บนโลกใบนี้ปกคลุมไปด้วยสีน้ำเงินของท้องทะเล นั่นเป็นสิ่งย้ำเตือนให้มนุษย์ทุกคนได้รับรู้ว่าแท้จริงแล้วเจ้าของโลกใบนี้ไม่ใช่ตัวเรา แต่เป็นสิ่งมีชีวิตน้อยใหญ่จำนวนมากที่คอยปกปักษ์รักษาให้โลกของเรายังคงหมุนเวียนต่อไปได้อย่างปกติสุข ในทางกลับกันตัวเราเองต่างหากที่เป็นคนพยายามทำร้ายโลกทั้งตั้งใจและไม่ตั้งใจก็ตาม แต่ในเมื่อถ้าเรายังรู้สึกตัวเองได้ การพยายามปกป้องผืนมหาสมุทรเพื่อช่วยกู้วิกฤตให้ท้องทะเลกลับมาฟื้นฟูดังเดิมถือว่าเป็นเรื่องน่ายินดีไม่น้อย ช่วยกันปกป้องผืนมหาสมุทรของเราเพื่อกู้วิกฤตในการฟื้นฟู หลายคนรู้กันดีว่ากิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ได้ก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ต่อท้องมหาสมุทรมากมาย หากย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ท้องทะเลท้องมหาสมุทรเคยอุดมไปด้วยความหลากหลายทางชีวภาพมากมาย มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่จำนวนมหาศาล ทว่าเมื่อมองภาพย้อนกลับมาในปัจจุบันความแตกต่างของการดำรงชีวิตในท้องทะเลของสิ่งมีชีวิตเหล่านี้เปลี่ยนไปจากเดิม ด้วยจำนวนประชากรมนุษย์ที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้ส่งผลทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อระบบนิเวศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผลกระทบที่เกิดขึ้นตามมานั่นคือปริมาณของสัตว์ทะเลลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเลก็ถูกทำลายตามลงไปด้วย จะการล่าเพื่อดำรงชีวิตขอมนุษย์ การค้า เศรษฐกิจ หรือสิ่งอื่นใดก็ตามแต่ปัญหาคือมีแต่คนล่าทว่าไม่มีคนที่ให้ความสำคัญหรือให้ความสมบูรณ์ของท้องทะเลกลับคืนมาเลย สัตว์ทะเลหลายชนิดกำลังอยู่ในช่วงวิกฤตของการสูญพันธุ์แต่ก็ยังมีมนุษย์บางจำพวกไม่ได้รู้สึกกับเรื่องเหล่านี้แล้วยังคงทำตามความคิดของตนเองต่อไปเรื่อยๆ ส่งผลให้ท้องทะเลก็ไม่สามารถฟื้นฟูให้เป็นไปอย่างระบบนิเวศดีๆ ได้ สิ่งที่หลายคนลืมไปว่าหากโลกใบนี้หมดสิ้นท้องทะเล มหาสมุทร มนุษย์โลกอย่างเราเองก็หมดสิ้นตามลงไปด้วย เพราะฉะนั้นมันคงถึงเวลาแล้วที่เราทุกคนจำเป็นต้องเอาใจใส่ท้องทะเลให้มากกว่านี้ พยายามเรียนรู้พร้อมปรับปรุงการกระทำของตัวเองเพื่อท้องทะเลให้มากกว่านี้ มหาสมุทรจำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟูอย่างเร่งด่วนไม่อย่างนั้นอาจเกิดปัญหาตามมาอีกมากมายที่คนเราคาดไม่ถึง สิ่งแรกที่เราจะทำได้ก็คือการเริ่มต้นปกป้องรักษาผืนมหาสมุทรด้วยตัวเอง Read More …

เทศกาลล่าปลาโลมาการความโหดร้ายของมนุษย์ที่น่าหดหู่

พื้นฐานความเข้าใจของคนทั่วไปก็คือโลมาเป็นสัตว์ใต้น้ำที่มีความฉลาด มีไหวพริบ เรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว เรามักเห็นเจ้าโลมาแสนรู้เหล่านี้ตามสวนสัตว์หรือการแสดงต่างๆ ที่สร้างความประทับใจให้กับคนทั่วโลกมากมาย แต่ใครจะคิดว่าความน่ารักของพวกมันเหล่านี้จริงๆ แล้วมันยังคงถูกล่าอย่างน่าสงสารจากกลุ่มมนุษย์ที่มองว่านี่คือประเพณีสืบต่อกันมายาวนานกลายเป็นเรื่องปกติของพวกเขาแต่โลกเรามันไม่ได้มองว่าปกติอีกแล้ว เทศกาลล่าโลมาอันแสนโหดและน่าสุดหดหู่มากที่สุด ทุกวันนี้หลายประเทศพยายามเรียกร้องให้หยุดเทศกาลดังกล่าวนี้ให้หมดไปจากโลกเสียทีแต่ดูเหมือนว่ามันยังคงไม่ได้หยุดกันง่ายๆ โดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่นที่เราเคยเห็นฉากน้ำทะเลเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานในภาพยนตร์แนวสารคดีอย่าง The Cove ซึ่งเคยออกฉายเมื่อปี 2552 เป็นการบอกเล่าเรื่องราวของการล่าโลมาด้วยการต้อนพวกมันให้รวมกันเป็นกลุ่มจากนั้นใช้เหล็กแหลมแทงให้ตายไปอย่างทรมาน เป็นเทศกาลของเมืองไทจิ จังหวัดวากายามะ ญี่ปุ่น ซึ่งเมื่อมองแล้วนี่คือภาพอันแสนโหดร้ายพร้อมเป็นการกระตุ้นให้กลุ่มอนุรักษ์ทั้งหลายหันมาให้ความสนใจกับเรื่องราวเหล่านี้มากขึ้น ก่อนอื่นขอทำความเข้าใจเรื่องนี้โดยแต่เดิมการล่าโลมาเพื่อเป็นอาหารมีอยู่ทั้งประเทศญี่ปุ่นแต่ทุกวันนี้จะเหลือแค่เมืองไทจิเท่านั้น ชาวเมืองยังถือว่านี่คืออาชีพหลักของพวกเขาแถมด้วยเป็นการสืบสานประเพณีที่มีมาแต่โบราณจากรุ่นสู่รุ่นด้วยความที่แหล่งอื่นในประเทศจำนวนโลมาเหลือน้อยเต็มทีหรือบางแห่งก็แทบไม่เหลือให้ได้สัมผัสกันเลย สำหรับฤดูกาลล่าโลมาจะเริ่มตั้งแต่ช่วงตุลาคมไปจนถึงกุมภาพันธ์ แต่ถ้าหากช่วงไหนโลมาเริ่มมีจำนวนน้อยลงชาวประมงเหล่านี้ก็จะหันมาล่าวาฬขนาดเล็กแทน จากการล่าดังกล่าวนี้เองทำให้มีองค์กรตรวจสอบเพื่อสิ่งแวดล้อมมีการเปิดเผยผลสำรวจทะเลรอบญี่ปุ่นโดยระบุว่าทั้งวาฬ โลมา สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กกว่าสัตว์สองประเภทนี้ที่เรียกว่า พอร์พอยส์ ลดจำนวนลงเหลือน้อยมาก โลมาแถบจัดเป็นโลมาหลักในอุตสาหกรรมประมงญี่ปุ่น Read More …