หลุมดำใต้ทะเลคืออะไร

คุณเป็นอีกคนหนึ่งรึเปล่า ที่กลัวการว่ายน้ำออกไปในทะเล เพราะคุณมักจะจินตนาการว่า ใต้น้ำจะมีตัวอะไรโผล่มาจับขา แล้วลากคุณลงไป หรือ จะมีหลุมไร้ก้นบึ้งคอยดูดให้คุณดำดิ่งลงไป ซึ่งในวันนี้เราจะพาคุณมาชมอีกหนึ่งความลึกลับของท้องทะเล โดยมันอาจปั่นประสาทความกลัวของคุณมากกว่าเดิม หลุมดำใต้ทะเล ภาพของหลุมสีน้ำเงินขนาดใหญ่ใต้ท้องทะเล อันเหนือจินตนาการนี้ มันไม่ใช่ภาพตัดต่อแต่อย่างใด หากแต่เป็นภาพจริง ของจริงบนโลกของเรา โดยหลุมสีน้ำเงินแห่งนี้มีชื่อว่า Belize เมื่อนักดำน้ำลงไปสำรวจปรากฏว่ามันมีความลึกถึง 124 ฟุต! และหลุมมีลักษณะเป็นวงกลมมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 300 เมตร มีรูปทรงเป็นวงกลมเกือบสมบูรณ์ อันถูกโอบล้อมไปด้วยแนวหินและปะการังจำนวนมาก Belize อยู่ในทะเลแคริบเบียน จากภาพถ่ายทางอากาศ คุณจะเห็น Belize Read More …

ร่วมกันอนุรักษ์มหาสมุทรของเราให้สวยงามตลอดไป

ในอดีตท้องทะเลของเราคือสิ่งที่มีความสวยงามอย่างมาก อุดมไปด้วยสัตว์โลกใต้ท้องทะเลมากมาย เป็นสิ่งที่ธรรมชาติสร้างขึ้นมาโดยไม่จำเป็นต้องปรุงแต่งใดๆ ทั้งสิ้น แต่ความน่าเสียดายก็คือยิ่งโลกของเราพัฒนามากขึ้นไปมากเท่าไหร่โลกใต้ท้องทะเลกับสวนทางมากขึ้นเท่านั้น ยิ่งมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากขึ้นโลกใต้ท้องทะเลกลับค่อยๆ ลดความสวยงามลงเรื่อยๆ ทั้งเรื่องการล่าของมนุษย์ การปล่อยของเสียต่างๆ ลงสู่ทะเลและอื่นๆ อีกมากมาย การพยายามรณรงค์เพื่ออนุรักษ์ความสวยงามของท้องมหาสมุทรให้อยู่คู่กับเราตลอดไปจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างมากที่สุด การอนุรักษ์ความสวยงามของมหาสมุทรเพื่อให้อยู่คู่กับเราตลอดไป ลดการล่าสัตว์ทะเลพร้อมทั้งลดการทำร้ายท้องทะเล – การล่าสัตว์ทะเลของหลายคนคือสิ่งที่ทำร้ายท้องทะเลอย่างมากโดยเฉพาะเรื่องของการล่าสัตว์ใกล้สูญพันธ์ทั้งหลาย จำพวกโลมา วาฬ เต่าทะเล และอื่นๆ สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นเรื่องของการทำลายธรรมชาติทั้งสิ้น นอกจากนี้การไปทำร้ายท้องทะเลด้วยการสร้างความเสียหายให้กับปะการังและพืชทะเลอื่นๆ ก็เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ท้องทะเลหมดความสวยงามได้ หยุดการทิ้งของเสียลงสู่ท้องทะเล – โดยเฉพาะพวกโรงงานอุตสาหกรรมหรือเรือเดินประมงทั้งหลายการปล่อยของเสียลงสู่ทะเลคือการทำลายความสวยงามของท้องทะเลโดยตรงชนิดที่อาจบอกได้ว่ารุนแรงสุดๆ เลยก็ได้ เพราะของเสียเหล่านั้นประกอบไปด้วยสารเคมีต่างๆ มากมาย เมื่อสัตว์ทะเลได้รับไปก็เกิดการตาย Read More …

วิกฤตขยะในมหาสมุทรที่มนุษย์สร้างขึ้นส่งผลเสียแล้ว

ความหมายของขยะเป็นสิ่งที่ทุกคนรู้กันดีอยู่แล้วว่านี่คือสิ่งที่ไม่มีใครต้องการ เป็นของที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้นแล้ว จากของดีกลายสภาพมาเป็นขยะนั่นหมายถึงสิ่งของที่ต้องทิ้งเพียงอย่างเดียวไม่สามารถนำกลับมาทำประโยชน์อะไรได้อีก หลักการทั่วไปการทิ้งขยะเราก็แค่ทิ้งลงในถังขยะเท่านั้นแล้วก็จะมีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้ามารับผิดชอบในการนำขยะดังกล่าวไปจัดการต่อด้วยวิธีการใดก็สุดแท้แต่ประเภทของขยะ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นในเวลานี้คือขยะมันกลับไม่ได้ถูกทิ้งลงถังขยะอย่างที่ควรจะเป็นแต่มันกลับถูกทิ้งลงในพื้นที่อื่นๆ โดยเฉพาะในมหาสมุทรจนกลายเป็นวิกฤตขยะไปแล้วในเวลานี้ วิกฤตขยะที่มนุษย์ทิ้งลงไปในมหาสมุทร ความคิดของหลายคนมักมองว่าแค่ขยะชิ้นเดียวแอบทิ้งลงไปในมหาสมุทรคงไม่ได้เกิดปัญหาอะไรหรอก แต่ถ้าหากล้านคนคิดแบบเดียวกันขยะในมหาสมุทรก็จะมีอย่างน้อยๆ ล้านชิ้น ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่มากๆ เนื่องจากมหาสมุทรเป็นสถานที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลมากมาย เปรียบง่ายๆ หากมีคนเอาขยะมาทิ้งใส่หลังคาบ้านเราทุกๆ วันเป็นใครก็คงอยู่อาศัยไม่ได้ สัตว์ใต้ท้องทะเลเองก็เช่นกันเมื่อมีคนมาทิ้งขยะใส่บ้านทุกวันๆ ก็เริ่มล้มหายตายจากบางตัวก็กินขยะที่ทำจากพลาสติกเข้าไปโดยไม่รู้ตัวสุดท้ายก็ต้องจบชีวิตลงอย่างน่าอนาถ Jenna Jambeck จากมหาวิทยาลัยจอร์เจีย สหรัฐฯ ได้มีการเปิดเผยถึงข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณขยะซึ่งลอยล่องอยู่บนท้องทะเล โดยรายงานดังกล่าวปรากฏว่ามีขยะที่ทำจากพลาสติกสูงระดับ 5 – 13 ล้านตัน ทิ้งลงสู่ท้องทะเลในปี 2010 Read More …

ปัญหาถุงพลาสติกมีผลกับสิ่งมีชีวิตในมหาสมุทร

ความพัฒนาของโลกเราแม้จะสร้างความสะดวกสบายให้กับมนุษย์ทั้งหลายโดยเฉพาะถุงพลาสติกที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของการดำรงชีวิตไปเรียบร้อย ไม่ว่าจะทำอะไรก็ต้องมีถุงพลาสติกสำหรับเอาไว้ห่อหุ้มหรือใส่สิ่งของต่างๆ อยู่เสมอ ในทางตรงกันข้ามแม้ว่าสิ่งนี้จะทำให้มนุษย์เกิดความสะดวกสบายมากขึ้นแต่กับสัตว์ทั้งหลายโดยเฉพาะธรรมชาติอย่างมหาสมุทรนั้นกลับไม่ได้รู้สึกยินดีด้วยเลยแม้แต่น้อย นั่นเพราะความไม่รับผิดชอบของมนุษย์ที่เมื่อใช้ถุงพลาสติกแล้วดันทิ้งลงไปในทะเลในแบบที่ไม่สนใจว่าจะก่อให้เกิดปัญหาใดๆ หรือไม่ จนทุกวันนี้ถุงพลาสติกได้กลายเป็นเรื่องของความลำบากใจให้กับท้องทะเลไปเรียบร้อยแล้ว ปัญหาถุงพลาสติกกับสิ่งมีชีวิตในมหาสมุทร จากผลการวิจัยมีระบุเอาไว้ว่าพลาสติกในทุกรูปแบบมีการถูกทิ้งลงมหาสมุทรจำนวนมากถึง 4.8 – 12.7 ล้านตัน ของทุกๆ ปี หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นก็เท่ากับเรือบรรทุกเครื่องบินขนาดใหญ่ที่สุดในโลก 48 ลำ ซึ่งแต่ละลำมีน้ำหนักราวแสนตัน พอมองภาพแบบนี้ก็คงจะทำให้เข้าใจได้ทันทีว่าปริมาณขยะที่ถูกทิ้งลงไปในทะเลเอาแค่เป็นพลาสติกมันมากมายมหาศาลขนาดไหน เมื่อพลาสติกต่างๆ ที่ล่องลอยในมหาสมุทรเมื่อพัดพามาเจอกันก็จะเกาะกลุ่มเป็นก้อนใหญ่ ปัญหาเหล่านี้ได้ส่งผลกระทบถึงบรรดาสัตว์ทะเลแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะส่วนที่ยังคงรูปของพลาสติกเอาไว้จำนวนไม่น้อยได้กลายเป็นอาหารของเต่าทะเลเหตุเพราะเต่าทะเลเหล่านี้เข้าใจว่าถุงพลาสติกที่ล่องลอยอยู่เป็นแมงกะพรุน ซึ่งเป็นอาหารโปรดของพวกมันอย่างหนึ่งพอพวกมันกินถุงพลาสติกเข้าไปก็จะไปเกิดการติดค้างอยู่ในระบบย่อยอาหารจนในที่สุดเต่าทะเลเหล่านี้ก็ต้องตายลงโดยจุดเริ่มต้นก็มาจากการทิ้งถุงพลาสติกของมนุษย์เรานั่นเอง นี่เป็นเพียงปัญหาส่วนหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตในมหาสมุทรของการทิ้งถุงพลาสติกจำนวนมากลงไป ยังไม่รวมการที่ถุงพลาสติกเหล่านี้ไม่ย่อยสลายหรือแม้จะย่อยสลายก็ต้องใช้เวลายาวนานแต่ยังไงก็ยังคงเป็นเศษพลาสติกอยู่ดี มีรายงานว่าสัตว์ทะเลต้องตายลงปีละแสนตัวเนื่องจากตัวเองไปพันกับพลาสติก หรือกรณีของนกทะเลที่ต้องอดตายปีละราวล้านตัวเนื่องจากกินเศษพลาสติกเข้าไปแล้วเกิดการตกค้างในกระเพาะอาหาร ไม่ย่อยสิ่งเหล่านี้เรียกว่าส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิ่งมีชีวิตในมหาสมุทร Read More …

การปกป้องมหาสมุทรร่วมกันกู้วิกฤตเพื่อนการฟื้นฟู

หากมองจากนอกอวกาศลงมาบนโลกเราจะเห็นว่าพื้นที่ส่วนใหญ่บนโลกใบนี้ปกคลุมไปด้วยสีน้ำเงินของท้องทะเล นั่นเป็นสิ่งย้ำเตือนให้มนุษย์ทุกคนได้รับรู้ว่าแท้จริงแล้วเจ้าของโลกใบนี้ไม่ใช่ตัวเรา แต่เป็นสิ่งมีชีวิตน้อยใหญ่จำนวนมากที่คอยปกปักษ์รักษาให้โลกของเรายังคงหมุนเวียนต่อไปได้อย่างปกติสุข ในทางกลับกันตัวเราเองต่างหากที่เป็นคนพยายามทำร้ายโลกทั้งตั้งใจและไม่ตั้งใจก็ตาม แต่ในเมื่อถ้าเรายังรู้สึกตัวเองได้ การพยายามปกป้องผืนมหาสมุทรเพื่อช่วยกู้วิกฤตให้ท้องทะเลกลับมาฟื้นฟูดังเดิมถือว่าเป็นเรื่องน่ายินดีไม่น้อย ช่วยกันปกป้องผืนมหาสมุทรของเราเพื่อกู้วิกฤตในการฟื้นฟู หลายคนรู้กันดีว่ากิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ได้ก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ต่อท้องมหาสมุทรมากมาย หากย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ท้องทะเลท้องมหาสมุทรเคยอุดมไปด้วยความหลากหลายทางชีวภาพมากมาย มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่จำนวนมหาศาล ทว่าเมื่อมองภาพย้อนกลับมาในปัจจุบันความแตกต่างของการดำรงชีวิตในท้องทะเลของสิ่งมีชีวิตเหล่านี้เปลี่ยนไปจากเดิม ด้วยจำนวนประชากรมนุษย์ที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้ส่งผลทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อระบบนิเวศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผลกระทบที่เกิดขึ้นตามมานั่นคือปริมาณของสัตว์ทะเลลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเลก็ถูกทำลายตามลงไปด้วย จะการล่าเพื่อดำรงชีวิตขอมนุษย์ การค้า เศรษฐกิจ หรือสิ่งอื่นใดก็ตามแต่ปัญหาคือมีแต่คนล่าทว่าไม่มีคนที่ให้ความสำคัญหรือให้ความสมบูรณ์ของท้องทะเลกลับคืนมาเลย สัตว์ทะเลหลายชนิดกำลังอยู่ในช่วงวิกฤตของการสูญพันธุ์แต่ก็ยังมีมนุษย์บางจำพวกไม่ได้รู้สึกกับเรื่องเหล่านี้แล้วยังคงทำตามความคิดของตนเองต่อไปเรื่อยๆ ส่งผลให้ท้องทะเลก็ไม่สามารถฟื้นฟูให้เป็นไปอย่างระบบนิเวศดีๆ ได้ สิ่งที่หลายคนลืมไปว่าหากโลกใบนี้หมดสิ้นท้องทะเล มหาสมุทร มนุษย์โลกอย่างเราเองก็หมดสิ้นตามลงไปด้วย เพราะฉะนั้นมันคงถึงเวลาแล้วที่เราทุกคนจำเป็นต้องเอาใจใส่ท้องทะเลให้มากกว่านี้ พยายามเรียนรู้พร้อมปรับปรุงการกระทำของตัวเองเพื่อท้องทะเลให้มากกว่านี้ มหาสมุทรจำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟูอย่างเร่งด่วนไม่อย่างนั้นอาจเกิดปัญหาตามมาอีกมากมายที่คนเราคาดไม่ถึง สิ่งแรกที่เราจะทำได้ก็คือการเริ่มต้นปกป้องรักษาผืนมหาสมุทรด้วยตัวเอง Read More …